pui's profilePuiMotoringPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    15 June

    อยากมีเรื่อง

    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยไม่ไหวแล้วนะ  ทำไมกูต้องทนให้ทอมเหี้ยๆอย่างมันมาด่าบ่อยๆเนี่ย  เมื่อไหร่หมวยจะตาสว่างสักทีนะชั้นยอมทำทุกอย่างแล้ว  เหลือแค่ไปกราบตีนมันเท่านั้น  อยากได้น้องสาวคืนนนนนนนน  กูเกลียดมึง  จำไว้  ชาตินี้กูไม่มีวันอภัยให้มึง กูจะตามแก้แค้นมึงให้ถึงที่สุด กูกับมึงไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้  กูจะจำชื่อเหี้ยๆของมึงไว้จนวันกูตาย  "อนุรักษ์  ถิ่นพยัคฆ์"
    12 June

    ความทรงจำสีจางๆ : The Memory

    เมื่อวานนี้จู่ๆเอ๋มันก็ออนมาคุยด้วย  เลยบอกมันไปว่าเมื่อวันที่ 10 อ่ะวันเกิดนกมันโทรไปอวยหรือยัง  เอ๋มันเลยบอกว่างั้นหาที่แดกกันเลยดีกว่าไหม  ไม่ได้เจอกันนานแล้ว  เราก็แบบว่าเฮ้ยมึงไม่ได้นัดกันเพื่อนๆจะว่างเหรอ  มันก็บอกว่าเอาเหอะๆโทรเลยว่างก็แดกแม่งวันนี้ล่ะ  เราก็เอาโว้ยนัดกันทีไรไม่เคยได้เอามันวันนี้ล่ะ  ว่าแล้วโทรหาวิน  นก  กั๊ก  โชคดีที่ทุกคนว่างยกเว้นกั๊ก  เอ๋เลยไปรับหลินกับวิน  นกมากับน้องส้ม  เราเหรอ ชิ....มาเองซิย่ะ  ใครจะมารับ  เสียค่าแท็กซี่ไป ร้อยกว่าบาทสบายใจเรยกรู

    จุดมุ่งหมายของเราในวันนี้คือร้านส้มตำ ณ ตึกช้าง  ไม่ได้กินนานแล้ว  จริงๆต้องตามใจนกเพราะวันเกิดมัน  แต่อ่ะนะเราจัดการสนองความต้องการตัวเองบอกไปว่าเอาร้านนี้ดิพวกมึงมีที่จอดรถ 5555 เสร็จกรู   ได้ซัดส้มตำ  จิ้มจุ่ม  ตับหวาน เนื้อย่าง ไส้ทอด  อ้ายยยยยยยยยยยเต็บคราบมาเลย  อิ่มสุดตรีนนนนนนน  แถมยังฮาได้อีก  นานๆทีเจอกันโดยมิได้นัดหมายมันก็ดีเหมือนกันนะ

    ได้รำลึกความหลังสมัยยังเอ๊าะๆขากลับมาก็มากับวินนี่  วันนี้เป็นอีกวันที่มีความสุขมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

    แต่..............อย่างว่าความสุขมักอยู่กับเราไม่นานเพราะ ขณะกำลังถึงบ้าน  ตั้มโทรมาหาบอกว่ามีปัญหากับเด็กมัน  อ้ายยยยยยยยยยยยยยยยยอะไรเนี่ยชั้นกำลังอารมณ์ดีดีอยู่นะ  ต้องมานั่งฟังเรื่องแบบนี้อีก  แถมตอนตีสอง จอร์จมันยอดมากกกกกกก   ทำไมกรูเป็นผู้หญิงใจกว้างอย่างกะมหาสมุทรแบบนี้นะ  เอ้าจัดมาก็ว่ากันไปช่วยเท่าที่ช่วยได้

    แต่ที่ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆคือเรื่องตั้มจะขอกลับมาคืนดีด้วย  คือเราก็บอกไปว่าความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมแล้ว   อีกอย่างไม่อยากให้คิดว่าเราเหมือนของตายอยากมาก็  อยากไปก็ไป  บ้านชั้นไม่ใช่โรงแรมนะยะ  แต่สุดท้ายก็ให้คำปรึกษาไปอยู่ดี  ดูเป็นแม่พระได้อีก  แล้วก็แอบมานั่งน้อยใจเล็กๆว่าทำไมตอนมันคบกะเราไม่เ็ห็นมันขี้หึงแบบนี้บ้างวะ หรือกรูไม่สวยยยยยยยยยยยยย

    จบดีกว่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    02 June

    ผู้ชายในฝัน...มันไม่มีหรอก : Man on Dream

    ตั้งแต่เป็นโสด  ชลิดาก็เริ่มคิดได้ว่าจริงๆแล้วการที่เราเฝ้าตามหาผู้ชายในฝันนั้นมันคงยากเกินไป เคยเจอพี่ๆบางคนตามหามาทั้งชีวิตสุดท้ายก็ไม่เจอ  พี่โอ๋กับพี่ตุ๊กที่น่ารักเลยบอกว่า "ปุ้ยเอ๊ย....ถ้าแกยังเลี้ยงแมวรักแมวขนาดนี้ผู้ชายที่ไหนเขาจะมาสนใจวะ  ดูอย่างพี่ดิอยู่มาจนป่านนี้เพราะเลือกแมวนี่ล่ะ พี่เห็นอนาคตแกรางๆเลยว่ะ 5555"   อ้าวววววววววววววววพี่ขาเป็นงั้นไป  หนูว่ามันไม่เกี่ยวกันนะคะ  ถึงหนูจะไม่เจอชายในฝันหรือไม่เจอในตอนนี้แต่อนาคตก็ไม่แน่นะพี่  เขาอาจจะไม่ใช่ชายในฝันก็ได้  อาจจะเป็นผู้ชายที่รักแมวและรักเจ้า้ของแมวด้วย  เหอะๆๆๆๆ  แต่หนูก็ไม่คิดตามหาแล้วล่ะ ณ จุดนี้  รอให้ค่อยๆเข้ามาทีละคนไปเรื่อยๆ  แล้วค่อยมาพิจารณาก็ยังทันนี่นะ  ก็หนูเพิ่ง 28 เองนี่ค่ะ

    ว่าแล้วตอนนี้ก็มีเข้ามาหลายคนอยู่นะ ส่วนมากนิสัยดี  ถึงแม้หลายคนจะแก่ไปบ้างจนสามารถเอามาทำพ่อได้  5555 สรุปแล้วยังไม่มีเข้าตาสักคน  หรือเพราะเราเพิ่งทำใจได้ก็ไม่รู้นะเรื่องตั้มเนี่ย   เอาเป็นว่ายังมีเวลาอีกเยอะอยู่เป็นเืพื่อนพิซซิล่ากับพิตต้าไปพลางๆดีกว่า  เพื่อนจะได้ไม่เหงานะคะ

    ปล.นึกถึงเพลงชองโจอี้  บอย  "เพราะผู้ชายในดีดี  มันมีแค่ในนิยาย"
    27 May

    ชีวิตคนโสด : I'm Single

    อย่างว่าล่ะ....คนมันโสดดดดดดด  จะทำอะไรก็สบายใจ  จริงๆแล้วเราอาจจะเพิ่งค้นพบตัวเองก็ได้ว่าเราชอบชีวิตแบบนี้  พอมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นก็ได้ทำไรๆที่ทิ้งขว้างไปนานอย่างการจับกล้องถ่ายรูปอีกครั้ง  ไม่นานมานี้ไปเคาะสนิมที่งานประกวดรถโบราณที่พารากอน  ก็ยังไปได้เรื่อยๆดีนะที่ยังมะลืมวิชาเก่านี่ถ้าไปบอกใครเค้าอายตายแย่เลยถ้ามีคนรู็้้ว่าเรียนถ่าบรูปมาตั้งหลายปี  แต่มาเป็นนักข่าวก็เริ่มห่างหายไป  นี่กำลังมีความคิดว่าจะหันมาจับพู่กันอีกครั้งเหมือนกัน  ดูซิว่ายังไปไหวไหม  เพราะนี่เริ่มเอาภาพเขียนเก่าๆมาดูอีกรอบบบ   ว่าวันไหนว่างๆจะออกไปซื้อสีมาวาดดูแล้ว  เผื่อเงินเดือนไม่ขึ้นก็วาดรูปบวกกับถ่ายรูปขายแม่งเลย 555 ปล.เพื่อนๆทั้งหลายสามารถไปแหกตาดูภาพถ่ายดิชั้นได้ที่นี่และที่ Hi 5 รวมถึง Multiply ด้วยย่ะ

    ส่วนชีวิตด้านอื่นๆก็ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นไม่รวมเรื่องงานะที่ยังเหมือนเดิมจนขี้เกียจพูดถึง  นี่มีเวลาได้อยู่กะเพื่อนๆมากขึ้นอีก  เดี๋ยวก็ไปกินข้าว  ไปเจอกันเ้ม้าท์ๆเรื่องสมัยก่อน สงสัยจะมีชีวิตแบบนี้อีกนานเลยเนี่ย  แถมล่าสุดนี่ว่าจะไปดัดฟันสักที  หลังจากที่รีๆรอๆมาหลายปีคราวนี้เอาจริงไม่สนด้วยถ้าใครจะว่าว่าเราแก่แล้วจะทำทำไม  แต่เราคิดว่ามันคือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำเพียงแต่เรายังไม่ได้ทำเท่านั้น  ดีกว่าบางคนที่คิดว่าจะทำแต่ไม่เคยทำ

    เป็นโสดดดดดดดดดดดดทำไม?

    ตอนนี้รู้คำตอบแล้ว.....
    18 May

    ชีวิต....แบบนี้ : Life Learn Love

    ชีวิต...นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ไม่ได้มาเขียนอัพเดมเรื่องราวชีวิตของตัวเอง  น่าจะเกือบสองปีได้แล้ว  เพราะถือว่ากำลังเรียนรู้ชีวิตอีกแบบ

    เรียนรู้ว่า...คนเราเลี้ยงได้แต่ตัวจริงๆไม่สามารถบังคับจิตใจได้เลย  กับเรื่องของหมวย  ที่ตอนนี้เรียกว่ากู่ไม่กลับแล้วมันยอมลาออกจากแบงค์ด้วยเหตุผลแค่ว่าเบื่อลูกค้า เบื่อเจ้านาย เบื่อเพื่อนร่วมงาน  เราเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากให้มันอดทนมากกว่านี้ทำมาตั้งสองปีแล้วน่าจะโตได้  แถมลาออกมาแรกๆบอกจะขายของกะเพื่อนไปๆมาๆก็ไม่ขายเพราะไอ้เหี้ยนนกมันห้ามไว้  ให้ตายเหอะโคตรเกลียดแม่งเลยไอ้ทอมเหี้ยๆๆๆแบบนี้  มันทำให้น้องสาวคนเดียวของเราต้องเป็นแบบนี้  เมื่อก่อนหมวยไม่เคยเป็นเด็กโกหก  แต่ตอนนี้มันโกหกซะจนเราไม่รู้ว่ามันเคยพูดอะไรจริงบ้าง  มันเอาเงินไปให้ไอ้นกจ่ายค่าบอล เราก็ไม่อยากว่าเพราะเงินมันแต่ทอมเหี้ยแม่งเอาเงินของน้องกู  ไอ้สาดดดดดดดดดดด  เกลียดมัน แถมเดี๋ยวนี้หมวยแทบไม่กลับบ้าน  ไม่มาดูแลพ่อเลยเราดูอยู่คนเดียว  ค่าใช้จ่ายในบ้านเดือนละหลายพันเราก็ออกเองทั้งหมด  เราก็แค่อยากให้มันคิดว่ายังมีพ่ออยู่ทั้งคนไม่เห็นหัวเราเราก็ทนได้  แต่นี่พ่อทั้งคนมันเปลี่ยนไปมากจริงๆเพราะทอมเหี้ยๆคนเดียว ขอประจานมันชื่อว่า "อนุรักษ์  ถิ่นพยัคฆ์"  ขอประกาศให้รู้ว่าชาตินี้หรือชาติไหนชั้นไม่มีวันอภัยให้มัน ไม่อโหสิ  จะเกลียดคนคนนี้ไปจนตายจะบาปก็ยอม   ถึงแม้คุณทุมเคยสอนว่าคนเราต้องให้อภัยคนอื่นแล้วจิตใจเราจะสูงขึ้น  แต่กับมันเรายอมไม่ได้จริงๆ  ขนาดญาติๆเราทำเราเจ็บใจเรายังใหอภัยได้ แต่นี่น้องสาวเราทั้งคน  เคยคิดว่าจะเอามาแลกเราก็ยอมถ้าหมวยกลับมาเป็นคนเดิม  อยากได้น้องสาวของเราคืนเท่านั้นเอง 

    ความรัก......ที่ผ่านมาแค่ฝันไป  สามปีที่คบกับตั้มเราเคยคิดว่าผู้ชายคนนี้ล่ะใช่เลยที่เราหามานาน  ไม่กินเหล้า   ไม่เที่ยว ไม่เจ้าชู้  หาที่ไหนได้อีก  เราต้องรีบคว้าไว้อย่าเล่นตัว  สุดท้ายเราก็ค้นพบว่าเราเข้ากันไม่ได้เลยเพราะตั้มชอบเล่นเกมส์เราไม่เล่นโคตรเกลียดเกมส์ออนไลน์ ถึงแม้ตั้มจะรักแมวแต่มันไม่เคยดูแล มาอยู่ด้วยกันแล้วเรานึกว่าตัวเองเป็นคนใช้ทุกวี่วัน  จนทนไม่ไหวเริ่มบ่น  พอเราบ่นเข้ามันก็มาว่าว่าหน้าที่ของเราบ้านของเรา  แต่นะคนเราอยู่ด้วยกันก็ต้องแชร์ๆกันดิ  ถึงไม่ช่วยก็น่าจะมีกะใจถามบ้างว่าเหนื่อยไหม แล้วบวกกับอีกหลายๆเรื่องที่ไม่อยากพูดถึงเพราะมันจบกันไปแล้ว  มันมีคนใหม่แล้ว  เราก็เริ่มทำใจได้  ถึงวันนี้ยังคิดว่าไม่รู้จะรักใครได้เท่าตั้มอีกไหมแต่เราก็ยังมีพ่อ มีเด็กๆต้องดูแลและให้ความรัก

    วันนี้....ชีวิตมันสั้นนักควรให้ความรักกับตัวเองและคนที่เรารัก  รวมถึงคนที่รักเราอย่างทั่วถึง


    13 March

    ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ : NoBoDy Ferfact

     
    บางครั้งเราเคยคิดว่าเจอคนที่ "ใช่" ที่สุดแล้ว  เขาอาจจะไม่ใช่คนดีมากนัก  ไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ  แต่ก็นะมันรักไปแล้ว  เมื่อวันเวลาผ่านจนกระทั่งวันหนึ่งเขามาบอกว่าเรา"ไม่ใช่"คนที่ "ใช่" สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว  เลยเสียใจโคตรๆๆๆๆๆๆแต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป  ไม่อยากโทษใครเพราะไม่มีใครผิด  ความรักไม่ผิดเพียงแต่บางครั้งมันเข้ากันไม่ได้เท่านั้นเอง  แต่ก็ยังแอบๆคิดถึงเรื่องที่ผ่านๆมาอยู่เหมือนกัน  เผื่อให้กำลังใจตัวเองว่าครั้งหนึ่งเราก็มี "คนที่เคยรัก"และเรายังได้เป็น "คนที่ถูกรัก" ของเขาเมื่อนานมาแล้ว

    ปล.ขณะนี้ยังอยู่ในโหมดเศร้าและทำใจอยู่ค่ะ
    09 March

    ชีวิตผู้หญิง(ตัวดำๆ) : It's My Life

    ก็ถือว่าหายไปนานเลยไมได้มาอัพเดทข้อมูลเท่าไหร่ พ่อแม่พี่น้องที่เข้ามาอ่านแล้วเจอเรื่องเดิมๆก็ต้องขออภัยด้วยเนื่องจากว่าช่วงนี้งานยุ่งมากรับจ็อบไว้เพียบ เหอะๆๆๆเตรียมเก็บเงินไว้เลี้ยงตัวเองกับขอผู้ชายน่ะซิ ก็แหมผู้ชายดีๆสมัยนี้มันหายากจะตาย จากผู้ชาย 100 คน แต่งงานไปแล้ว 40 คนเป็นกระเทย-เกย์อีก 30 บ้างานอีก 10 บวชอีก 5 บ้าไปอีก 5 ที่เหลือก็เจ้าชู้คบไม่ได้ แล้วในชีวิตผู้หญิงตัวดำๆอย่างชั้นจะไปหาผู้ชายดีๆมาเคียงข้างได้ที่ไหนล่ะ เท่าที่มีอยู่ก็นับวันยิ่งเหมือนมีลูกมากกว่ามีแฟน แล้วอนาคตก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร สงสัยต้องรักตัวเองให้มากกว่านี้อย่างที่คุณทุมบอก
            
             มาอัพเดทเรื่องหมวยดีกว่า หลังจากที่เลิกกับพี่เกดแล้วมันก็คบกะพี่นกอย่างจริงจัง แต่ชั้นเบื่อมาก ไม่ใช่ว่าไม่ชอบทอมนะ แต่แบบอีทอมนี่นิสัยเลวววววววสาดดดดดดด ออกแนวจะมาเกาะน้องชั้นกิน ยอมได้ที่ไหน เ ผื่อความปลอดภัยหมวยมันเลยโอนเงินมาเข้าบัญชีกลางของบ้านหมดแล้ว ดีมากน้องพี่....ที่มันยังฉลาด
            
             ต่อด้วยเรื่องของเด็กๆที่เสียใจไปหลายวัน ทุกครั้งที่นึกถึง เป็นความผิดของเราเองจริงๆที่ไม่ยอมพาเปียกปูนไปหาหมอจนกระทั่งมันเป็นมาก แล้วเราก็ไม่เคยรู้ด้วยว่ามันเป็น "หัดแมว" ดูซิตัวก็เล็กนิดเดียวถ้าเป็นแค่หวัดมันคงไม่ตายง่ายๆแบบนี้หรอก แต่ก็นะสงสารมันมากๆตั้มบอกว่าคิดถึงมันอยู่หลายวันทีเดียว แต่เรารู้สึกว่าเป็นความผิดของเรายังไงไม่รู้....คุณแม่ขอโทษนะคะลูก......
            
             ต่อด้วยเรื่องของตาแดนชัยนี่ก็หาเรื่องมาให้ชั้นบ่นทุกวันล่ะ แต่ก็นะพ่อทั้งคน ก็คุณทุมล่ะดันหนีไปมีความสุขคนเดียว ทิ้งชั้นให้ต้องอยู่ดูแลตาแดนชั้ยเนี่ย ทั้งๆที่ความจริงต้องเป็นหน้าที่ของคุณทุมนะเพราะคุณทุมอ่ะเป็นภรรยานะ ตาแดนชั้ยก็ดื้อแสนดื้อ กะลูกงี้ไม่มียอม กะคนอื่นครับผมๆๆๆๆ เชอะๆๆๆ
            
             คราวหน้าจะมาเมาท์เรื่องไปญี่ปุ่นดีก่า...อิอิอิ
    05 February

    กลับมาแระ : P_Motor come back!!!

    อ่ะในที่สุดก็ได้มาอัพเดทกันสักทีคอมที่ออฟฟิศแม่งก็เน่าต้องมาใช้ที่บ้าน แต่ที่บ้านมีคอมก็เหมือนไม่มีเพราะคุณแฟนเล่นเกมส์แม่งทั้งวันทั้งคืน แต่โชคดีที่ว่าได้โน๊ตบุคมาใหม่จากยามาฮ่า คริคริคริ ในที่สุดก็ได้มาอัพเดทแระ
    12 July

    "ได้เลือก" กับ "ถูกเลือก" : Yes or No ?

    ขึ้นหัวมาแบบนี้ไม่ใช่เกี่ยวกับความสวยงามที่เค้าเป็นประโยคฮิตๆกันอยู่กับที่ว่า "สวยเลือกได้"  อันนี้ไม่เกี่ยวกันเพราะตรูไม่สวยอยู่แล้วง่ะ  แต่เนื่องจากว่าได้จดหมายจากเพื่อนสาวที่สนิทมากๆมาบ่นเรื่องแฟนที่ทำงานจนไม่มีเวลาให้เธอเองก็อยากจะเลิกกับเขาแต่คิดถึงตอนที่คบกันใหม่ๆแล้วก็ตัดใจไม่ลง  เฮ้อ....นี่ล่ะนะความรักของผู้หญิง
     
    จริงๆแล้วสิ่งที่เราบอกเพือ่นสาวไปก็คือคำพูดของคุณทุม  เพราะคุณทุมเคยบอกว่าผู้หญิงเราถูกสร้างมาให้เป็นเพศที่ "ได้เลือก" มากกว่า "ถูกเลือก"  งงอ่ะดิว่ายังไง  ยกตัวอย่าง.....ผู้หญิงเลือกได้ว่าจะรักใครไม่รักใคร  ผู้หญิงเลือกที่จะมีลูกหรือไม่มีก็ได้แต่ผู้ชายมันท้องไม่ได้  ผู้หญิงเลือกที่จะมีอะไรกับคนที่เรารักก็ได้แต่ผู้ชายคืดฝ่ายตอบสนองไม่มีหรอกผู้ชายที่มาให้ท่าน่ะมีแต่ผู้หญิง  นี่ไมได้ว่าผู้หญิงไม่ดีนะแต่เราเลือกได้ไง  เลือกที่จะทำตัวดีๆได้  คุณทุมบอกว่าโลกนี้ถ้าไม่มีผู้ชายผู้หญิงก็อยู่ได้  แต่ถ้าไม่มีผู้หญิงล่ะก็ผู้ชายมันขาดใจตายแน่ๆ  อีกอย่างดูจากจำนวนประชากรโลกแล้วกระเทยนั้นมีมากกว่าทอมและเกย์รวมกันอีก  เห็นป่ะล่ะว่าผู้หญิงนี่ดีแค่ไหน  จริงอยู่ว่าธรรมชาตินั้นสร้างให้ผู้ชายแข็งแรงกว่าผู้หญิง  แต่ผู้หญิงนั้นมีความอดทนมากกว่าผู้ชาย  สังเกตุได้จาก
    1 ผู้หญิงมีเมนส์กันกว่าครึ่งของชีวิต เดือนละ 3-5 วัน ปีล่ะ 60 วัน แล้วก็มีกันตั้งเฉลี่ย 30 -40 ปี
     
    2 ผู้หญิงท้องตั้ง 9 เดือนแบกน้ำหนักมนุษย์อีกคนในท้องตั้งนานอีผู้ชายหน้าไหนมันทำได้ล่ะ
     
    3 ผู้หญิงทนผู้ชายเลวๆได้เป็นส่วนมาก  ขนาดโดนผัวซ้อม แฟนตบ กิ๊กขี้หึงยังทนรักมันอยู่ได้ (แต่ถ้าเป็นตรูเหรอ..เมิงตาย)
     
    4 ผู้หญิงทำงานบ้านมากกว่าผู้ชายหรือเกือบทั้งหมดเพราะผู้ชายมันบอกว่าเป็น "หน้าที่" ของเรา  จริงๆมันขี้เกียจ+ทำไม่เป็น
     
    5 ผู้หญิงฉลาดกว่าผู้ชายมากๆแต่คนหลายพันล้านในโลกชอบเถียง  เพราะกลัวว่าถ้าวัดกันจริงๆผู้หญิงจะไอคิวสูงกว่า
     
    6 ตั้งแต่สมัยโบราณผู้ชายกลัวว่าผู้หญิงจะมีอำนาจเหนือกว่าเลยพยายามสร้างอะไรๆให้คนรุ่นหลังคิดว่าผู้ชายนั้นแมนมากๆ  ที่สำคัญมันออกกฏหมายเองแถมยังเข้าข้างเพศมันล้วนๆ
     
    7 ผู้หญิงรู้จักรักตัวเองอย่างเช่น ดูแลความสวยความงาม ไม่กินเหล้า  สูบบุหรี่  แต่ผู้ชายมันทำทุกอย่างที่ตรงข้ามกะเรา แถมพอมันไม่สบายเราต้องมาดูแลอีกต่างหาก
     
    นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เราคิดว่าผู้หญิงไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชายแถมยังดีกว่าด้วยซ้ำหากว่าผู้หญิงรู้จัดทำตัวให้มีคุณค่าและรักตัวเองให้เป็น  ในทีนี้เราไม่ได้หมายถึงว่าผู้หญิงที่ดีมีคุณค่าจะต้องมาจากตระกูลที่ดี  การศึกษาที่เริ่ด  เรียบร้อย  ไม่ใช่เลยแต่เราหมายถึงผู้หญิงที่เข้าใจในความเป็นตัวของตัวเอง อาทิ ผู้หญิงที่อยู่กะแฟนก่อนแต่งงานหรือยังไม่รู้ว่าจะได้แต่งกับคนนี้ไหมแต่เธอมีความรับผิดชอบเรื่องหน้าที่การงานครอบครัวไม่บกพร่องกับผุ้หญิงที่แต่งงานแล้วแต่ครอบครัวมีปัญหาเพราะอยากแต่งเร็วๆกลัวเสียหน้า  อันนี้เราขอบอกว่าชอบผู้หญิงคนแรกกว่ามาก  เคยมีเพื่อนๆในก็วนถามว่ากะตั้มนี่แน่ใจแล้วเหรอ  เราก็บอกไปว่านานแล้วที่ไม่มีใครมาดูแลเอาใจใส่เราแบบนี้ทำให้เรามีความสุขและยิ้มได้เสมอถึงเราจะแตกต่างกันทุกอย่างแต่เราก็อยู่ด้วยกันได้นี่น่า  ในอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป
     
    พูดๆมานี่เดี๋ยวจะว่าสุดท้ายผู้หยิงก็หนีผู้ชายไม่พ้น  มันก็จริงอยู่  แต่อย่าลืมว่าผู้หญิงอย่างเราๆนั้นเลือกได้เสมอ..............
    21 June

    ปลง : It's My life

    ก็เริ่มๆจะปลงกับชีวิตแล้ว  รู้สึกว่าช่วงนี้ไม่คอ่ยน้อยใจหรือคิดมากเรื่องงานแล้ว  อาจจะเป็นเพราะว่าเพิ่งเข้าใจชีวิตว่าถ้าเราคิดมาก  เราน้อยใจก็ไม่มีใครมารู้สึกกับเราด้วยหรอก  ขนาดแฟนก็เหอะ  ใครจะมาเข้าใจตัวเรามากกว่าตัวเราเองได้ล่ะ  จริงมะ.....
     
     
    ยิ่งตอนนี้ก็รับจ็อบไปเรื่อยๆมีความสุขไม่ต้องออกไปทำข่าวที่ไหนให้มันเปลืองตังค์  อยู่ออฟฟิศก็ไม่ร้อนเท่าไหร่  จะออกไปก็ตอนที่สัมภาษณ์ดาราไม่ก็พวกลุงๆอาๆรถคลาสสิกเท่านั้น  ที่เหลือก็ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว  นี่ก็เลยรู้สึกว่าสบายได้เงินเยอะกว่าคนอื่นแถมสบายกว่าก็ดี  ไม่จำเป็นต้องแข่งกะใครให้เป็นลูกรักอยู่ดีๆเก็บเงินไปเที่ยวไปกินกะตั้มดีกว่าเนอะ...เหอะๆๆๆๆ
     
     
     
     
     
     
    13 June

    ความรักทำให้ใครตาบอด(เหรอ?) : Love is Color-Blind

    Love Is Color-Blind : Sarah Connor

    (Feat TQ)
    It don't matter if you're black
    white or yellow, if you're blond or red
    let's get down to that
    love is color-blind
    Verse 1:
    I remember when
    I was a child and couldn't understand
    people having fun
    discriminating all the different ones
    mama just used to say
    when you grow up you'll maybe find a way
    to make these people see
    that everything I do comes back to me
    Bridge:
    (You gotta live your life)
    we're all the same, no one's to blame
    (they gotta live their lives)
    just play the game and let love reign
    Chorus:
    It don't matter if you're black
    white or yellow, if your blond or red
    let's get down to that
    love is color-blind
    you're my brother, you're my friend
    all that matters in the very end
    is to understand
    love is color-blind
    TQ:
    I remember as a young boy
    I watched my neighborhood go up in flames
    I saw the whole thing thru tears of pain
    and a situation's rocking my brain
    I wish I could
    Fly away and never come back again
    we need some love yo
    we need some real deal, help from above yo
    I mean the kids watching
    and I just can't see it stopping,
    I don't understand
    I mean we all bleed the same blood, man!
    That's Right....
    Bridge:
    (You gotta live your life)
    Better than our fathers did
    let's make some love baby, have some kids
    (They gotta live their lives
    and I don't care what color they are, u are, or we are its all love, baby!

    Chorus:
    It don't matter if you're black
    white or yellow, if your blond or red
    let's get down to that
    love is color-blind
    you're my brother, you're my friend
    all that matters in the very end
    is to understand
    love is color-blind
    C-Part:
    You have been my mother
    you could have been my brother
    what if you were my sister
    if you were my father?
    You could have been my fella
    you could have been my teacher
    what if you were my friend?
    Would be so nice to meet ya
    Repeat:
    You have been my mother
    you could have been my brother
    what if you were my sister
    if you were my father?
    You could have been my fella
    you could have been my teacher
    what if you were my friend?
    Would be so nice to meet ya
    Verse 2:
    take it out to the world
    tell every boy and every little girl
    be proud of yourself
    cause you're as good as anybody else
    put away your prejudice
    open your mind, don't need a stick to this
    try to make this earth
    a better place without a racial curse
    TQ:
    Yeah, it's time for some changes ya’ll
    (Nananananana......)
    So come on put your hands up,
    Come on put your hands up,
    Come on put your hands up,
    It doesn’t matter yo
    Don’t matter yo
    don’t matter yo
    (LOVE IS color BLIND!.......)
    Chorus:
    It don't matter if you're black
    white or yellow, if your blond or red
    let's get down to that
    love is color-blind
    you're my brother, you're my friend
    all that matters in the very end
    is to understand
    love is color-blind
    (Repeat to finish)
     
    ได้ยินเพลงนี้ทีไรอินทุกทีเลย  ชอบจังหวะมันเข้ากันดีกับเนื้อเพลง  ตอนนี้ก็เลยเอามาตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าโทรสับ  ตั้มบอกว่าป้าฟังเพลงอะไรเนี่ย.....คนเราไม่ได้โรแมนติกเลย  มันบอกว่าทำไมผู้หญิงนี่ชอบคิดเล็กคิดน้อย  อ้าวววววก็ผู้หญิงลืมยากอ่ะนี่น่า   จริงๆน่ะมันแปลว่าผู้หญิงเค้าช่างใส่ใจในรายละเอียดของคนรักต่างหากพวกผู้ชายนี่ไม่ละเอียดอ่อนเอาซะเลย  ไม่รู้เลยว่าเราน่ะจำได้หมดนะว่าคุณๆน่ะชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไรชอบสีอะไร  ชอบไปเที่ยวไหน  แล้วชอบเก็บของไว้ที่ไหน (โดยเฉพาะเงินกับเบอร์กิ๊ก...อย่าให้เจอแระกาน)  ก็ว่ากันไป  คนรักกันมันก็แบบนี้ล่ะ  ตอนนี้ชีวิตก็เรื่อยๆเลิกสนใจเรื่องหมวยแล้วถึงแม้ว่าจะได้คุยกะป้าแมวและพี่ก้องเพราะถ้ามันคิดได้มันก็จะกลับมาเอง  ส่วนที่บ้านตอนนนี้ก็วุ่นวายเพราะเด็กๆขยันกันป่วยมากๆทุกคนเลยโดยเฉพาะข้าวสวยที่เป็นหนักกว่าเพื่อนเพราะหนูเป้นตั้งหลายวันแล้วฉีดยาก็ไม่หายง่ะหมดค่ายาเด็กๆไป 2000 ได้แล้วนี่  แต่ทำไงได้นอกจากทำใจก็รักมันก็ต้องเลี้ยงมันให้ดี  นี่พาไปฉีดยามา 2 รอบแล้ว  ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง  ส่วนเรื่องอื่นๆที่น่าดีใจก็จะมีแต่เรื่องเพื่อนแจ็คที่ได้มาทำงานด้วยกันแล้วอยู่กับเอ็ดดี้  ดีใจจังจะได้มีเพื่อนแล้ว  ถึงแม้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรแต่ตอนนี้ก็ดีใจที่รู้สึกว่ามีเพื่อนดีๆที่ได้เจอกันบ่อยๆ....
    01 June

    ฟังดูดี : Words From Movie

    ก็ไม่มีอะไรจะมาเล่าเพราะเรื่องอื่นๆยังไม่มีอะไรลงตัวเลยสักอย่าง  ทั้งเรื่องงาน  และเรื่องแฟน  แต่ไว้ค่อยมาเล่าทีหลัง  แต่ที่อยากจะเขียนวันนี้ก็คือเรื่องของวลีจากในหนังที่เราประทับใจมากมาย  อย่างประโยคที่ว่า
     
    "ความตายเป็นจุดเริ่มต้นอีกเส้นทางอีกเส้นหนึ่งที่เราทุกคนต้องเดินไป"
     
    "น้ำตาไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป  เพราะอย่างน้อยเราก็ยังร้องไห้ได้"
     
    อืมมมมมมมมมม  ชอบนะมันรู้สึกฟังแล้วดูดี  แต่ตอนนี้มันเครียดๆหลายเรื่อง  ใครที่มีคำพูดดีๆอยากจะปลอบใจก็บอกมาเลยนะ  อยากได้ยิน........
    11 May

    สะ-เบย-สะ-บาย-ดี-ลาว : Lao Trip With My Friends

    ก็อย่างว่าล่ะค่ะ  ไปลาวมากะมิตซูบิชิ วันที่ 6 - 10 เม.ย. ที่ผ่านมา  ก็สนุกดีขับรถกันไปตั้งแต่วันที่ 6 เรื่อยๆคันเรามีพี่อ้วน กรุงเทพฯ  ต้าร์ประชาชาติฯ แล้ว ปุ้ยผู้จัดการ 5555  หัวใหญ่ๆทั้งน้าน  ทริปนี้สบายมั่กๆเป็นผู้โดยสารอย่างเดียวเลย   นอกจากนี้ก็มีเอ็ดดี้  พี่กอล์ฟ โพสต์ทูเดย์  ป๋อม เด็กใหม่ของพี่บี  แล้วก็พี่จิม พี่ดา  แล้วก็นิตยสารอีก 6 คนได้อ่ะ  เริ่มเส้นทางที่วันแรกไปนอนที่อุบลราชธานี 1 คืนแล้ว.....เส้นทางที่เหลือก็อ่านตามที่ลงในนสพ.ไปเลยแระกันเพราะขี้เกียจพิมพ์แระ 5555
     

    ควงแขนสาวกไทรทัน ลุยลาวใต้

     

    "ปี้นๆ" เสียงแตรรถที่เป็นเสียงคุ้นเคยตลอดการเดินทาง 4  วันในเส้นทาง คาราวานสู่ลาวใต้ ชมน้ำตกไนแองการ่าแห่งเอเชียในระหว่างวันที่ 6-9 เมษายน 2550 ที่ผ่านมา  ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และชมรมไทยไทรทันคลับ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการทดสอบสมรรถนะของรถรวมถึงเชื่อมความสัมพันธ์ของสมาชิกชมรมไปในตัว  รวมแล้วคาราวานครั้งนี้มีรถไทรทัน พลัส รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เข้าร่วมทั้งหมด 24 คัน โดยมีบริษัท ทรานเอเชีย รูท จำกัด  ช่วยดูแลตลอดเส้นทางไปกลับอุบลราชธานี  - ลาวใต้กว่า 500 กิโลเมตร

     

    สำหรับการเดินทางของ "ผู้จัดการ  มอเตอร์ริ่ง"และเหล่าสมาชิกไทรทันคลับนั้นเริ่มต้นกันที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทมิตซูบิชินั่นเอง  โดยมีนาย ฮิซาโยชิ คุมาอิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด  ปล่อยคาราวาน แล้วเคลื่อนขบวนเข้าสู่ภาคอีสานโดยแวะพักที่แก่งสะพือ  จังหวัดอุบลราชธานี 1 คืนก่อนจะออกเดินทางโดยผ่านด่าน "ช่องเม็ก"  เพื่อเข้าสู่ลาวใต้แล้วมุ่งหน้าสู่บ้านม่วง เพื่อนำรถลงแพยนต์ข้ามแม่น้ำโขงไปยังแขวงจำปาสัก  พอข้ามมาเท่านั้นเราก็ได้ลองของจริงกับสมรรถนะของเจ้าไทรทัน พลัส  กับโจทย์อย่างถนนลูกรังฝุ่นตลบ 2 เลนหลายกิโลเมตรกับการขับเลนขวาที่ไม่คุ้นเคย พร้อมเพื่อนร่วมทางทั้งรถจักรยานยนต์ จักรยานรวมถึงสัตว์สองเท้าและสี่เท้าขวักไขว่ไปหมด ดังนั้นจึงต้องมีสมาธิในการขับรถตลอดเวลา ที่สำคัญต้องกดแตรให้สัญญาณด้วย  อาจจะเป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคยนักกับคนไทยแต่กับที่นี่ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง  อย่าไปคิดว่าจะเป็นการเสียมารยาทเพราะคนที่นี่เขาถือว่าธรรมดาไม่เช่นนั้นคุณอาจจะต้องขับแบบประหยัดน้ำมันแทน  ส่วนถนนเส้นอื่นๆในการเดินทางนั้นขอบอกว่าใช้ได้ทีเดียวเพราะทางสปป.ลาวเขาลาดยางมาอย่างดีสามารถเดินทางได้สบายกว่าที่คิด  ส่วนเรื่องการเติมน้ำมันนั้นในประเทศลาวปั๊มน้ำมันไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ถึงมีแต่ก็ราคาแพงกว่าฝั่งไทยเหตุนี้จึงควรเติมให้เต็มจากบ้านเราไปเสียก่อน

     

    หลังจากที่ผ่านเส้นทางทดสอบที่ไม่ทำให้ผิดหวังกันแล้วเราก็มาถึง "ปราสาทหินวัดภู"  ศิลปะสมัยปี พ.ศ.1145 ก่อนพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 ซึ่งถือว่าเป็นพิพิธภัณฑสถานที่สำคัญที่สุดในลาวตอนใต้ที่ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO ว่าเป็นเมืองมรดกโลกแห่งที่สองของลาวต่อจากหลวงพระบาง ความโดดเด่นของปราสาทหินแห่งนี้ อยู่ที่ตัวปราสาท ซึ่งสร้างอยู่บ้านบนภูเขา ปราสาทด้านบนเป็นสถานที่ประกอบ พิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวเมืองเชื่อกันว่าสามารถขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดี ไม่งาม ต่าง ๆ ให้ผ่านพ้นไปได้

     

    แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่อมาของเราก็คือ "น้ำตก" ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ในการเดินทางครั้งนี้  โดยผู้จัดการ มอเตอร์ริ่งมีโอกาสไปเยือนถึง 5 แห่งด้วยกัน แต่ที่ถือว่ามีชื่อเสียงที่สุดก็คงหนีไม่พ้น"น้ำตกคอนพะเพ็ง" เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนได้ชื่อว่าเป็นไนแองการ่าแห่งเอเชีย มีลักษณะเป็นแก่งหินขนาดใหญ่กั้นทางเดินของแม่น้ำโขง มีความสูงประมาณ 15 เมตร กว้างประมาณ 1 กิโลเมตร ความยิ่งใหญ่ของสายน้ำที่กระโจนบิดตัวประทะแก่งหินทำให้เราตื่นตาตื่นใจเป็นยิ่งนัก

     

    วันที่สามของการเดินทาง  คาราวานของเราก็ได้แวะชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ ตลาดดาวเรืองศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองปากเซ  ก่อนเดินทางไปเมืองปากซ่องซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงประมาณ 1,000 เมตร เพื่อเที่ยวชม น้ำตกตาดเลาะ  และแวะพักรับประทานอาหารกลางวันรสชาติไทยๆ กันที่ น้ำตกตาดผาส้วม  (คำว่าส้วมหมายถึงห้องนอนที่กั้นไว้สำหรับลูกสาวและลูกเขย)  รวมทั้งเยี่ยมชมหมู่บ้านโบราณของหลายชนเผ่าภายในบริเวณน้ำตก

     

    จากนั้นเราก็ออกเดินทางต่อไป น้ำตกตาดฟานน้ำตกสายคู่ที่สูงที่สุดในแขวงจำปาสัก  จุดเด่นอยู่ที่สายน้ำ 2 สาย ที่ไหลลงจากหน้าผาสูงราว 120 เมตร จากนั้นเดินทางต่อไปชม น้ำตกตาดเยืองก่อนจะส่งท้ายสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายของวันกับการเยี่ยมชมไร่ชาที่มีชื่อเสียงของลาว  ส่วนกลางคืนทางชมรมได้เตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ ให้กับผู้ร่วมคาราวานไม่ว่าจะเป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีของประเทศลาว รวมทั้งกิจกรรมบันเทิงต่างๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์

     

    แน่นอนว่าหนึ่งในคนสำคัญสำหรับการเดินทางครั้งนี้ก็คือ อลงกรณ์ วัฒนสุข  ในฐานะประธานชมรม "ไทยไทรทันคลับ" ที่เล่าให้ "ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง" ถึงที่มาที่ไปของคาราวานครั้งนี้ว่าหลังจากที่ก่อตั้งชมรมมาได้เกือบจะครบรอบ 1 ปีในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้  สมาชิกจึงมีความตั้งใจว่าจะจัดคาราวานไปยังต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  ซึ่งการมาเยือนลาวใต้นี้ก็ถือว่าเป็นการประเดิมครั้งแรก  โดยปกติแล้วสมาชิกของชมรมจะมีการจัดกิจกรรมสังสรรค์ หลักๆ คือการทำบุญผสมกับท่องเที่ยว เพื่อหาประสบการณ์ร่วมกันระหว่างสมาชิกที่มีอยู่กว่า 3,200 คนทั่วประเทศ ทั้งสมาชิกทั่วไปและสมาชิกถาวรที่ต้องเสียค่าสมัครคนละ 200 บาท

     

    "การเลือกเส้นทางลาวใต้ครั้งนี้  เราคิดว่าเป็นเส้นทางที่เหมาะสมกับการจัดคาราวานครั้งแรกเพราะสามารถเดินทางได้ง่ายทั้งรถแบบขับ 2 และขับ 4 รวมถึงให้โอกาสสมาชิกได้ทดสอบสมรรถนะของรถไปในตัวด้วยเส้นทางที่จัดไว้   อีกทั้งเวลาในการเดินทางที่ลงตัวใช้เพียงไม่กี่วัน  แถมยังได้ท่องเที่ยวชื่นชมธรรมชาติตลอดเส้นทางและผมดีใจมากที่การเดินทางครั้งนี้เสียงตอบรับเป็นที่น่าพอใจ"

     

    ใครที่อยากเข้าไปเยี่ยมชมกิจกรรมต่างของชมรมก็คลิกไปได้ที่   www.thaitritonclub.com  ส่วนคาราวานต่างประเทศครั้งต่อไปประธานชมรมฯวางแผนว่าจะไปเยือนลาวเหนือ  กัมพูชา พม่า และเวียดนาม  ปีละ 1 ครั้ง 

     

    ถือว่าการจัดคาราวานครั้งนี้เหล่าสาวกทั้งหลายได้รับทั้งประสบการณ์ที่น่าจดจำไปอีกนานพร้อมมีเพื่อนร่วมทางที่ไม่ทำให้ผิดหวังอย่าง มิตซูบิชิ  ไทรทัน  แค่นี้ก็สุขใจแล้ว............

     
     
    02 April

    แม่ของฉัน : Super Mom

    "บางครั้งเราก็ต้องปล่อยวาง อะไรๆบ้าง"  จู่ๆก็นึกถึงคำพูดนี้ของแม่ขึ้นมา  ตอนนี้กลับบ้านก็เหงานะ  นึกถึงสมัยก่อนที่ยังมีแม่อยู่  ถึงกลับบ้านดึกแค่ไหน  แม่ก็จำถามว่าเหนื่อยไหมลูก  กินข้าวมาหรือยัง  นึกถึงทีไรน้ำตามันไหลทุกทีเลย  อยากให้ทุกวันนี้มีแม่อยู่ข้างๆเวลาทุกข์ใจ  ตัดสินใจอะไรไม่ถูก  เราเคยแปลกใจอยู่หลายครั้งว่าแม่ของเราช่างเป็นซุปเปอร์มัมมากๆ  ไม่ว่าปัญหาอะไรแม่ก็มักจะแก้ไขได้เสมอๆขณะที่เราบางครั้งยังมือแปดด้านอยู่เลย  นี่ล่ะแม่ของฉัน........
     
    ยิ่งตอนนี้แม่จะรู้ไหมนะว่าหมวยมันเปลี่ยนไป  บ้านช่องก็ไม่กลับ  ไปติดทอมอยู่โน้นล่ะ  เป็นเดือนๆแล้วที่บ้านตอนนี้ลูกต้องทำงานบ้านทุกอย่างคนเดียวหมด  ทั้งพ่อทั้งเด็กๆ  ไหนจะค่าใช้จ่ายสารพัดอีก  มันไม่เคยมาช่วยเลยสักบาท  จำไม่ได้ด้วยว่ามันกลับบ้านมานอนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน  โทรไปคุยกะแมวอ้วนก็บอกว่าให้ปล่อยมันไปสักพักเดี๋ยวจะดีเอง  แต่เราว่าปล่อยไปไม่ได้หรอก  อารมณ์ของเพศที่ 3-4-5-6 เนี่ยไม่แน่นอนเท่าไหร่เป็นห่วงน้องกลัวมันได้ขึ้นหน้า 1 ไทยรัฐแบบไม่ได้นัดหมายนี่น่า  แต่พูดไปเหอะปากจะฉีกถึงรูหูมันก็ไม่ฟังพี่มันเลย  กลับมาเถียงอีก  "ทีแกยังทำได้" มันไม่เหมือนกัน  เรามีตั้มแต่เราก็กลับบ้านทุกวันไม่เคยไปนอนบ้านตั้มเลย  หน้าที่ที่บ้านที่เคยแบ่งกันแต่แรกๆกลับมาเป็นว่าเราต้องมาทำทุกอย่างหมดเลย  แต่เราก็ไม่ได้เกี่ยงอ่ะนะ  เพราะอย่างไรบ้านก็บ้านเรา  พ่อก็พ่อเรา  แมวก็แมวเรา  แค่อยากให้มันกลับบ้านบ้างเท่านั้นเอง
     
    นอกจากนี้ยังต้องมาโกหกพี่เกดอีกว่าไม่รู้เรื่องหมวยทั้งๆที่อยากบอกใจจะขาดให้พี่เกดมันรู้ไปเลย  เราเองถึงเมื่อก่อนจะมีกิ๊กเยอะคบหลายคน  แต่ไม่เคยคบใครจริงจังจนถึงขั้นเป็นแฟน  จนมาตั้มนี่ล่ะที่เราคบจริงจัง  แต่ที่หมวยทำอ่ะมันไม่ดีสงสารพี่เกดเพราะคบกันมาตั้ง 7 ปีได้แล้วมั้ง  เราก็ไม่อยากไปยุ่งหรอกถือว่าเป็ฯเรื่องส่วนตัวมันจะรักใครจะคบกับใคร  แต่ไม่ควรทำให้เรื่องอื่นเสียไปด้วย  พี่เกดก็มาด่าเราอีก (ตรูไม่เกี่ยวเลย)  เลยรู้สึกไม่ค่อยพอใจ  พอเราไปด่ามันก็ไม่ได้อีก   นี่ล่ะคิดถึงแม่ที่สุดถ้าแม่อยู่อะไรๆๆๆคงดีกว่านี้แน่นอน.......
     
    ก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง  แต่ก็จะพยายามพูดกับมันให้ได้ว่าเรื่องงานก็เรื่องงาน  ส่วนตัวก็ว่ากันไป  แต่อย่ามาโกหกว่าไปนอนบ้านพี่ที่ทำงานเพราะมันไปนอนบ้านทอมคนนั้น  ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรนะ  แค่ควรจะไว้หน้ากันบ้าง  ยังไงเราก็ยังเป็นพี่สาวมันนะ.........
    22 March

    ชั่วโมงแห่งความฝัน : Just Dreaming

    พระเจ้าช่วยยยยยยย  ถูกหวยยยยยย เย็ๆๆๆๆๆๆๆ  ดีใจโว้ยยยยยยยยยยย ดิ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    กรูตื่นพอดี............เป็นแบบนี้อีกแล้วให้ตายเหอะ  ยังไม่ทันได้ใช้เงินเลยนะเฟ้ย  ว่าจะเอาไปบริจาคให้สมาคมช้างกะแมว  ให้คนพิการ  บริจาคโลงศพ  ทำสังฆทาน ฯลฯ  งี้ละก็ได้แค่ฝัน  เพราะเดี่ญวตื่นมาก็เจอโลกแห่งความจริง  ที่ยังเป็นแบบนี้
     
    ไม่มีใครไม่เคยฝัน  จริงไหม?  บางคนบอกว่าความฝันก็คือความฝันไม่มีทางเป็นจริงได้  เราว่าคนคนนั้นล่ะไม่มีความพยายามเอาซะเลย  มันไม่เกี่ยวว่าเรื่องที่เราฝันนั้นจะเว่อร์มากแค่ไหน  แต่ถ้าเราลองทำดูล่ะมันอาจจะเป็นจริงขึ้นมาก็ได้นะ  ในอีกแบบบางคนเลือกที่จะฝันไปเรื่อยๆคล้ายๆกับโกหกตัวเองให้มีความสุขดีกว่าต้องเจอโลกแห่งความจริงที่น่าเจ็บปวด  แต่บางคนกลับไม่มีความฝันเอาซะเลย  เราว่าคนคนนั้นคงมีชีวิตที่แปลกๆเนอะ
     
    เอาล่ะมาเข้าเรื่องดีกว่า  อย่างที่บอกตอนนี้เราเองก็มีความฝันหลายอย่างมากๆ  อย่างเช่น  อยากเปลี่ยนงานใหม่แต่ก็มีคนมาชวนแล้วนี่ก็เล่นตัวเรียกค่าจ้างเพิ่ม  ก็แหมย้ายงานใหม่ก็ต้องได้เพิ่มซิคะ  เรียกหนูไปก็กล้าๆจ่ายหน่อย  หนูทำงานคุ้มตังค์อยู่แล้วล่ะ  หรือไม่ก็ฝันอยากมีบ้านสวยๆอยากจัดบ้านแบบในหนังสือเค้าบ้าง  ซึ่งตอนนี้ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจากฝีมือเราล้วนๆ  ก็หมวยมันเล่นไม่ทำอะไรเลย  บ้านช่องก็ไม่ค่อยจะอยู่  สงสัยมันคิดว่าบ้านเป็นโรงแรมมั้งนานๆจมีพักสักที  งานบ้านทั้งหมเลยมาอยู่ที่เราไปโดยปริยาย  แต่ก็ไม่ทำก็ไม่ได้  ไม่งั้นใครจะทำ(วะ)  ไหนจะคุณแดนชั้ยอีก  เด็กๆอีก  เราเลยดูคล้ายๆแม่บ้านวัยกลางคนที่แบบว่า 6 โมงตรงกลับบ้าน  ซื้อกับข้าว  ทำกับข้าว  แล้วมาทำงานบ้านที่มีให้ทำทุกวันเลย  ทีนี้ก็เลยเกิดความฝันขึ้นมาบ้างว่า  อยากเป็นสาวทำงานแบบยุดใหม่  ที่ทำงานไปด้วยดูแลครอบครัวไปด้วย  มีเวลาไปฟิตเนส  ไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง  มีเวลาลาพักร้อนไปทะเลกะที่รักบ้าง  มีเวลาหลังจากเลิกงานไปเดินเต็ดเตร่ช็อปปิ้งบ้าง  ไม่ใช่เย็นมารีบกลีบบ้านอย่างเดียว เฮ้อ.............ขอถอนหาย 1 ทีนะ
     
     
    พล่ามมานานแล้วก็ไม่มีอะไรมากมายเพราะช่วงนี้รูสึกว่าตัวเองจะอยู่ในโลกแห่งความฝันนานไปหน่อย  เพราะความจริงมันน่าเบื่อเป็นส่วนใหญ่  อาศัยว่าฝันๆนี่ล่ะมีความสุขขึ้นมาบ้าง  แต่ไม่อยากฝันนานเดี่ญวแก่ตายยังไม่ได้เจอความจริงสักที
     
     
    ขอบคุณความฝัน.........ที่ทำให้เจอความจริง
     
     
    27 February

    แฟนฉันเป็นโปรแกรมเมอร์ : My boyfriend's Programmer

    อย่างที่บอกล่ะ  ในที่สุดตั้มก็ได้งานทำแล้ว  หลังจากที่เพียรพยายามหามาหลายเดือน  ก็ได้งานเป็นบริษัทออกแบบเว็บไซต์แถวๆวัดดวงแข  ก็ใกล้บ้านดีอ่ะนั้งสาย 53 ไปทุกวัน  ท่าทางตั้มก็ดีใจมากๆ  เราก็ดีใจเหมือนกันนะเพราะว่าตั้มจะได้มาเลี้ยงเรา อ๊ะ........ไม่ใช่ๆก็จะได้มีงานที่อยากทำไง  เพราะตอนอยู่ที่เดียวกันนี่นะ  ส่งสัยชาตินี้ก็ไม่มีทางได้สร้างอนาคตหรอก  ก็ให้ตั้มออกไปก่อน
     
     
    ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าตั้มไปทำงานทุกวัน  หยุดเสาร์-อาทิตย์  ทำงาน 9 โมงถึง 6 โมงเย็น  ได้เจอกันเฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้นอ่ะ  แต่ก็ไม่เป็นไรเพื่ออนาคตของเรา อิอิอิ
     
    สู้ๆนะคะ  แฟนขา................

    ขึ้นเขียง : When i was sick

    เริ่มต้นปีมาก็ป่วยมันซะแล้ว  เรอื่งของเรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นได้ไปดูหนังรอบสื่อมวลชนเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคที่ 1 กับโตโยต้า  วันที่ 24 อ่ะล่ะ  ก็ปกติเลยไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ดูหนังไป 3 ชม.กว่าๆ  ออกมาจากโรงหนังก็5 ทุ่มได้มั้ง  ก็ปวดฉี่ไปห้องน้ำอ่ะแล้วมาลงลิฟต์  รู้สึกแปลกๆปวดท้องคลื่นไส้  ปวดหัวยังไงไม่รู้ดิ  ที่แน่ๆมันไม่ปกติก็เลยบอกตั้มว่ากลับบ้านดีกว่า  ก็ขึ้นรถไปอ่ะ...จากนั้นเรอ่มหายใจไม่ออก  ชาไปทั้งตัว  ก็เลยไปโรงพยาบาลแทน  แฟนชั้นก็ดีแสนดีพาไปศิริราช  ก็ไปนอนรอหมอมาตรวจระหว่างนั้นหมวยก็มาแถมยังเอาเจนนี่กับซัมตุ่มมาอีก  เอามาทำไมเนี่ย..........ก็รอหมอไปเรื่อยๆมาตรวจทีละคน จนครบ 5 คนตอน 6 โมงเช้ากว่าจะฟันธงว่า "ไส่ติ่งอักเสบ" ว้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆตกใจแทบแย่กลัวเป็นอะไรก็เลยต้องไปผ่ามันตอนเช้าเลย
     
     
    ก็ทุกคนไปหมดอยู่กะตั้มล่ะ  ดีนะยังมีตั้มไม่งั้นแย่แน่ๆก็เข้าห้องผ่าตัดไป 9 โมงเช้าออกมาเที่ยงๆได้มั้ง  เพราะเราก็ไม่รู้เรื่องสลบตลอดเลย  ยาสลบที่เค้าให้ดมเนี่ยสุดยอด  มันต้องเป็นแบบที่เค้าใช้โปะผู้หญิงแน่ๆเพราะมันแรงมาก  คิดดูดิ  หมอบอกว่าให้สูด 2 ทีนะอย่าเกินปี๊ดแรกโหยยยยมึนหัวมากๆๆๆๆ  พอปี๊ดสองวิ๊งๆไปเลยหลังจากนั้นไม่ถึง 1 นาทีก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย  มันไม่มีกลิ่นด้วยนะไอ้ยาสลบเนี่ย  อันตรายจริงๆเพราะกว่าเราจะรู้สึกตัวอีกทีก็ปาไป 5 ทุ่มโน้นนนนนนนนน  (ยาเค้าแรงจริงๆถ้าสูดไป สัก 5 ปี๊ดนี่คงสลบกันไปเป็นวันๆ)  ก็นอนโรงบาลต่ออีก 4 วันแล้วหมดก็ไล่กลับบ้านเพราะบอกว่าประกันสังคมไม่ต้องอยู่นานหรอกค่อยยังชั่วแล้วก็ไปนอนต่อที่บ้าน  อ้าววววววววหมอว่างี้กลับก็กลับ
     
    หลังจากกลับมาบ้านก็กินๆนอนๆ  แต่กินอะไรไม่คอ่ยลงนอกจากโจ๊กกับข้าวต้มเบื่อโคตรๆ  ดีนะที่ยังมีตั้มมาคอยดูแลทุกวัน  นี่ล่ะที่รู้สึกว่าตั้มดีกะเราจริงๆทำให้ทุกอย่าง  ก็นอนพักไปอีก 1 อาทิตย์เต็มๆ  มาทำงานอีกทีก็วันที่  5 ก.พ. เข้าไปแล้ว  สรุปหยุดไป 12 วันพอดี
     
    แผลก็สวยดียาวประมาณ 2 นิ้วได้มั้ง  ตั้มบอกว่าแผลดูดี  แต่เราว่าก็ยังแปลกๆนะ  ตอนนี้ก็ปกติแล้วแต่กว่าจะปกติก็กินเวลาไป 2 อาทิตย์กว่าๆได้อ่ะ ตอนแรกๆนอนตะแคงไม่ได้เลยอ่ะ  ทรมานนนนนน  แต่น้ำหนักลดไปเลย 2 โลอ่ะ  กินอะไรได้ไม่เท่าเดิม  แต่หมอบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวก็กลับมาเหมือนเดิม  ตั้มบอกว่าเอาไส้ติ่งออกไปพยาธิเลยไม่มีที่อยู่ไง 555555
     
     
    ตอนนี้ก็เป็นเหมือนเดิมแล้ว  ทำงานบ้านได้ทุกอย่างเลย  แปลว่ากลับมาเหนื่อยเหมือนเดิมอีกแล้วง่ะ.......
    23 January

    เกลียดฤดูฝน : Season Chenge

    ก็อย่างที่บอกไว้ในหัวข้อไดอารี่วันนี้  "ฝน" มันเทลงมาอีกแล้วนะ  ตั้งแต่เมือ่วันเสาร์ที่ผ่านมากรุงเทพฯก็ได้สัมผัสกับฤดูฝนอีกครั้งทั้งๆที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา  เราไม่ชอบฤดูนี้อย่างแรงเพราอะไรเหรอ  แต่ไม่ใช่เหตุผลอย่างที่หลายๆคนคิดอยู่หรอกนะ......
     
     
    มันมีสาเหตุก็เพราะว่าวันฝนตกนั้นทำให้คิดถึงแม่มากที่สุด จำได้ว่าวันนั้นที่แม่จากไปฝนตกทั้งวันทั้งคืน  ทุกครั้งที่ฝนตกเลยคิดถึงแม่ตลอดมา  ส่วนสาเหตุอีกหลายอย่างนั้นก็เช่น  เวลาไดร์ผมมาสวยงามเจอฝนไปหัวก็ฟูเลย  หมดสภาพกัน  ไม่ก็เวลาซักผ้าแล้วตากทั้งอาทิตย์ไม่แห้งก็มีนะ  หรือไม่ก็เวลาฝนตกคนชอบเบี้ยวนัดเพราะเอาฝนมาอ้าง  ไม่ชอบเลย  ไปไหนมาไหนก็ลำบากมันแฉะๆยังไงไม่รู้อ่ะ
     
     
    นี่ล่ะสาเหตุที่เกลียดฤดูนี้อยากให้มันผ่านไปเร็วๆเสมอ    แต่อย่างว่าล่ะในความโชคร้ายก็ต้องมีโชคดีอยู่บ้างเพราะฤดูฝนปีที่แล้วได้เจอกับตั้มไง.....
    19 January

    คิดถึง.....หน้าใหญ่

    หน้าใหญ่ของแม่.......ไม่อยู่แล้วอ่ะ  แม่คิดถึงหนูมากๆ  ไม่อยากให้หนูตายเลย  แม่เกลียดหมาบ้านนั้นที่มากัดหนู  แม่เห็นหนูเจ็บแล้วแม่น้ำตาไหลเลย  แม่จะไปวางยาเบื่อให้เจ้าของมันกินพร้อมหมาไปเลยดีไหมลูก  ก็หนูน่ะน่ารักที่สุดในบรรดา 6 คนแล้ว 
     
    พ่อตั้มบอกว่าไม่อยากให้แม่ร้องไห้เป็นเด็กๆแบบนี้อีก  เลยไม่อยากมให้แม่เลี้ยงพวกหนูแต่ทำไงอ่ะจ๊ะ  ก็แม่รักพวกหนูจะตาย  พวกหนูขี้อ้อน  โดยเฉพาะหน้าใหญ่ที่อ้อนแม่มากที่สุด  น่ารักที่สุด  ยังไงๆก็มาเกิดให้แม่เลี้ยงหนูอีกนะจ๊ะ
     
    แม่คิดถึงหนูนะ......
    17 January

    เกลียด เกลียด เกลียด : Ugly Ugly Ugly!!!

    คนเราทุกคนย่อมจะมีทั้งสิ่งที่ "ชอบ" และสิ่งที่ "เกลียด" ในที่นี้นับรวมทั้งคน สัตว์ สิ่งของ ความรู้สึก แต่สำหรับหัวข้อในครั้งนี้จะออกไปทาง "คน" มากกว่า  อันเนื่องมาจากการได้อยู่ร่วมกันกับคนที่นิสัยไม่ดีจนทำให้เราถึงขั้นเกลียดได้  จริงๆแล้วเราไม่ใช่คนที่จะเกลียดใครง่ายๆเลย  เพราะเราเป็นคนอารม์ดี  ขี้เล่น  ใครๆก็รู้  แต่ถ้าลองได้เกลียดใครแล้วล่ะก็หางตายังไม่อยากจะมอง  พระท่านเคยสอนว่าความเกลรยด โกรธ โมโหคือความรู้สึกชั่วร้ายในตัวเรานั้นเอง  รู้สึกไปก็เท่านั้นเราเองจะทุกข์ใจ  มันก็จริงไม่เถียงท่านหรอกค่ะ ถ้าไม่ใช่กรณีนี้
     
     
    เรื่องมันมีอยู่ว่าได้ร่วมงงานกับคนคนหนึ่งที่มีนิสัยชอบเอาแต่ได้  ซึ่งแถวๆบ้านเรียกว่า "เห็นแก่ตัว"  ไปในทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องงาน  เรื่องของกิน  เรื่องเงิน นอกจากนี้ยังชอบเสนอหน้าพรีเซ็นต์ตัวเองอยู่บ่อยๆ  ทำอะไรก็คิดว่าตัวเองน่ะเจ๋งชอบโชว์พาวประมาณว่าตรูเนี่ยรู้เยอะกว่ามึงอย่ามาเถียง  แล้วยังไม่พอนะคะ  ความหน้าด้านก็ทำคะแนนมาสูสีความเห็นแก่ตัวมากๆ  เพราะอยากได้ของชาวบ้านมาเป็นของตัวเองเสมอๆ ทั้งยังมีความมั่นใจสูงว่าตัวเองนั้นถูกเสมอโดยไม่เกรงใจชาวบ้าน  ตอนแรกก็ไม่คิดมากเดี๋ยวจะปวดหัวเปล่าๆ  แต่หลังๆเค้ายังคงไม่รู้สึกตัวเลยชักจะทนไม่ไหวแล้วนะเนี่ย   แบบนี้จะไม่ให้เกลียดได้ไงไหว
     
     
    หลายคนอาจจะสงสัยว่าคนคนนี้เป็นใคร  อย่าทายเลย  อย่าไปรู้จักเลยเพราะอาจจะรู้สึก "เกลียด" เขาขึ้นมาเหมือนเราก็ได้นะ